ข้อมูลโครงการ

โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพเพื่อจัดการของเสียเศษอาหารจากโรงแรมและสถานประกอบการต่างๆ ระยะที่3

โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน และสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความเป็นมาของโครงการ
คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (กทอ.) ได้มีมติเห็นชอบแผนการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ในช่วงปี 2551-2556 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือให้เกิดการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มสถานประกอบการโรงงาน การค้าและพาณิชย์ ชุมชน และครัวเรือน กลุ่มสถานประกอบการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สถาบันการศึกษา นับรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม นับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีของเสียเศษอาหาร ที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทางด้านต่างๆ กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)ได้สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการบำบัดของเสียเศษอาหารแบบไร้อากาศที่สามารถผลิตก๊าซชีวภาพมาใช้ประโยชน์ในรูปพลังงานทดแทนภายใต้งบประมาณที่จัดสรรจาก กทอ. จำนวน 180 ล้านบาท เป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี

การสนับสนุนเงินลงทุนค่าก่อสร้างระบบ
กระทรวงพลังงานจะให้เงินสนับสนุนค่าติดตั้งระบบผลิตก๊าซชีวภาพและระบบนำก๊าซชีวภาพไปใช้พร้อมทั้งค่าก่อสร้างฐานรากระบบ สนับสนุนเป็นสัดส่วนไม่เกิน 40% ทั้งนี้จะไม่เกินวงเงินสนับสนุนสูงสุดของแต่ละขนาดระบบดังต่อไปนี้
• ขนาดระบบ เศษอาหารตั้งแต่ 150-199 กก./วัน สนับสนุนในสัดส่วนไม่เกิน 40% ของวงเงินลงทุนทั้งระบบ แต่ไม่เกิน 172,000 บาทต่อระบบ
• ขนาดระบบ เศษอาหารตั้งแต่ 200-499 กก./วัน สนับสนุนในสัดส่วนไม่เกิน 40% ของวงเงินลงทุนทั้งระบบ แต่ไม่เกิน 260,000 บาทต่อระบบ
• ขนาดระบบ เศษอาหารตั้งแต่ 500 – 799 กก./วัน สนับสนุนในสัดส่วนไม่เกิน 40% ของวงเงินลงทุนระบบ แต่ไม่เกิน 516,000 บาทต่อระบบ
• ขนาดระบบ เศษอาหารตั้งแต่ 800  กก./วัน ขึ้นไป สนับสนุนในสัดส่วนไม่เกิน 40% ของวงเงินลงทุนระบบ แต่ไม่เกิน 696,000 บาทต่อระบบ

ประโยชน์ที่จะได้รับในการเข้าร่วมโครงการ
1. ลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นและเชื้อโรคต่างๆที่มาจากเศษอาหารเศษผักที่เหลือใช้
2. จะได้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำ จาก เศษอาหาร เศษพืช สารอินทรีย์ ขยะอินทรีย์  มาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และแร่ธาตุต่างๆให้กับต้นไม้นานาพันธุ์ได้
3. ช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนหรือก๊าซเรือนกระจกให้กับโลกของเรา
4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อก๊าซ LPG ได้ประมาณเดือนละ 30%
5. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อปุ๋ยหมักได้
6. ช่วยลดภาระให้กับหน่วยงานเทศบาลในการกำจัดของเสียเศษอาหาร
7. ปลูกฝังให้พนักงานทุกคนและชุมชนใกล้เคียงให้มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน โดยการนำเอาเศษอหารเหลือใช้มาแปรสภาพให้เป็นพลังงานทดแทน ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
8. ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับองค์กรและตอบสนองกับนโยบายของรัฐบาลไทยโดยการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม
9. ผู้ประกอบการ สามารถจัดการ เศษอาหาร ของเสีย ภายในองค์กร ได้อย่างเป็นระบบ